2006/Nov/16

ผ่านไปเป็นเวลาน่าจะ 4-5 ปีแล้ว ที่ได้อ่านแฮร์รี่พอตเตอร์ฉบับที่หนาที่สุด (เออ ยังไม่รวมถึงเล่มเจ็ดนะ) 1,047 หน้า ตอนนั้นนั่งอ่าน 3 วันไม่หลับไม่นอน หนายิ่งกว่าหนังสือเรียนสังคมโลกของเราที่จัดได้ว่าหนาที่สุดในสมัยเรียนม.ต้นซะอีก ในที่สุดน้องรอนของป้าไผ่ก็ได้ฤกษ์กลับมาทำงานให้ชุ่มชื่นหัวใจแล้ว คาดว่าน่าจะเปิดภาพยนตร์ตัวอย่างให้ดูปลายปี พ.ศ. 2549 และกำหนดฉายวัน 13 ก.ค. 2550 นะค่ะ มาดูภาพเรียกน้ำย่อยกันก่อนเถอะ

ตอนนี้ปล่อยโปสเตอร์มาแล้วกับภาพของคนที่คุณก็รู้ว่าใคร มาแบบเดี่ยวๆ

และเชิญพบกับเหล่า กด. (กองทัพดัมเบิ้ลดอร์)

สองหนุ่มกะหนึ่งสาว (กรี๊ดรอนๆๆๆๆ)

จากเด็กหัวบาก เป็นหนุ่มหัวบาก

ไม่น่าเชื่อว่าจะกลายเป็นแฟนกะจินนี่

นี้คือลูน่า เลิฟกู้ด เป็นไปได้ไง ดูดีกว่าในหนังสืออีก

ลองทายสิ คนไหนคือยายคางคก อัมบริดจ์

คนนี้ไง หน้าไม่ค่อยอูมเลย

สุดท้ายนี้ขอบคุณสำหรับภาพจากเว็บ มักเกิ้ลไทย และ www.imdb.com ค่ะ ในที่สุดก็ได้เวลาเดินผ่านชานชลาที่ 3 เศษหนึ่งส่วนสี่อีกปีแล้วนะเหล่ามักเกิ้ล

2006/Nov/15

made by ben younger

ราฟาเอล (ราฟี)

ม่ายสาวที่เพิ่งหย่ามาด ๆ ปีนี้ครบ 37 พอดี เธอทำงานด้านแฟชั่นให้กับหนังสือดังของนิวยอร์ก โชคชะตาหรือพระเจ้าในโฆษณาโรลออนได้ดันเธอมาพบกับ

เดฟ


หนุ่มยิวอายุ 23 โอ้มายก็อด ทำไมหุ่นทรมานใจสาวยอย่างนี้ เป็นความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ทั้งทางสังคม ยุคสมัยที่เกิดมากันคนละยุค ความต้องการของเขา (อิสระ) และเธอ (ครอบครัว) แต่สิ่งที่พวกเขามีร่วมกันคือความรักและความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนเดียวกัน ด้านอีกฝ่ายหนึ่งเป็นนักบำบัดเกี่ยวกับชีวิตสมรสและชีวิตรักให้หญิงสาว อีกด้านคือบทบาทของผู้เป็นแม่ของชายหนุ่ม แล้วอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อคุณแม่ต้องมารู้เรื่องบนเตียงของลูกชาย....

ลิซ่ากับเขาและเธอ


รักแท้จะแพ้อุปสรรคคือความเป็นจริงหรือไม่ ต้องคอยติดตามชม


ด้านนี้เป็นสปอลย์นะค่ะ
ส่วนของบททำได้ดีในระดับหนึ่ง เหมือนอ่านหนังสือ แต่เนื่องจากเราดูภาพเครื่องไหวไม่ได้อ่านหนังสือจึงทำให้ส่วนของจินตนาการมันหด หมด หายไป หนังเลยดูยืดยาว บทหนังเสริมให้มีมุขตลกได้มากมาย เกี่ยวกับบทบาทแม่ที่จะหาวิธีกีดกันไม่ให้เดฟไปคบกับราฟี แต่คนเขียนไม่ได้เล่นในเรื่องนี้ เพื่อให้หนังดูเป็นดราม่าและสมจริง บทของป้าเมอรีลเลยดูเหี่ยวๆ กลายเป็นนักบำบัดที่ต้องคอยรับจากนักบำบัดอีกที เอ้อ เหมือนสอนให้เรารู้ว่า เราสามารถแก้ปัญหาคนอื่นได้หมด แต่พอเป็นปัญหาของตัวเองทำไมหมดบัญญาแก้หว่า พอแม่ ลูก และคนไข้ เข้าใจกันดี กลายเป้นว่าราฟีนั้นกลับเห็นเดฟเป็นหนุ่มน้อยที่พึ่งพาไม่ได้และเริ่มออกอาการจิตแตก ต้องการพื้นที่ส่วนตัว ดูแล้วมีกลิ่นอายเรื่อง Break-up ที่ยังงัยผู้หญิงต้องเป็นคนทำงานบ้าน โดยที่ผู้ชายทำงานหรือตกงานก็เป็นฝ่ายนอนอยู่บ้านเฉยๆซะงั้น เมื่อนานๆปัญหาสะสม ความไม่พอใจค่อยๆเพิ่มทีละนิดจน ระเบิด ทั้งคนทั้งบ้านไปงั้น ต่อไปก็เข้าสู่โหมดโหด ทะเลาะ นอกใจ คืนดี รักกัน และต้องปล่อยเขาไป เพื่อเราและเขาเพราะจุดหมายกับการใช้ชีวิตต่อไปมันไม่เหมือนกันซะแล้ว ไม่ได้เลิกเพราะเกลียด แต่เลิกเพราะยังรัก เศร้านะ เศร้าแต่อุ่นใจเมื่อรู้ว่าเขารักเราจนต้องปล่อยให้ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

ปล. ฉากโรแมนติกในสวนน่ารักดีเหมือนดู Notting Hill เลย
ปลล. สาวๆอยู่ให้ห่างจากหนุ่มถือพายนะ เช่น น้าจุ้ยและน้าวัตร เป็นต้น


edit @ 2006/11/15 23:09:32
edit @ 2006/11/17 00:00:54

2006/Nov/15

Perfect strangers by robyn sisman

แปลโดย ต้องหทัย สำนักพิมพ์วงกลม

เนื้อเรื่อง เข้าขั้นสนุกจนวางไม่ลง

หน้าปก สวยน่าซื้อ แต่ราคาบาดเจ็บ (220 Bath)

การสะกดอักขระ ห่วยจนไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถผลิตออกมาเป็นหนังสือให้คนได้อ่านได้ สำนักพิมพ์ควรจะพิจารณาผู้ที่เกี่ยวกับการพิมพ์ ตรวจทาน ก่อนถึงมือคนอ่านนะค่ะ มีคำผิดจำนวนมากจนทำให้อรรถรสในการอ่านเสียลงได้

ต้องขอชมการแปล ผู้แปลได้แนะนำในเชิงอรรถไว้มากมายทำให้จินตนาการได้อย่างสมจริงมากขึ้น

ลอยด์ ซูส เบตตี้ เจย์ เชอรี่ (เห็นชื่อนี้แล้วนึกถึงเรื่องจริงผ่านจอคอมพ์ของแอร์กี่ใน 1000ทิป) ดีดี เป็นตัวแทนของหนุ่มสาวอายุ 30 ต้น ที่ต้องใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ พวกเขาเป็นพันเฟืองตัวเล็กๆของบริษัทโฆษณาที่เกิดมาควบกิจการระหว่าง 2 ประเทศ สำนักงานใหญ่ตั้งที่นิวยอร์กและอังกฤษ ลอยด์และซูสต่างเป็นพนักงานแลกเปลี่ยนเพื่อต่างฝ่ายต่างเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน น่าขำเหมือนกันที่ต่างก็ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลาง แต่การสื่อสารถึงวัฒนธรรมของ 2 เมือง นั้นกลับแปลกไป ลอยด์และซูสคล้ายกับการนำอังกฤษและอเมริกามาเผชิญหน้ากันผ่านแต่ละบทของนิยาย บทหนึ่งจะเป็นของลอยด์ ถัดไปจะเป็นความคิดของซูสทำให้อ่านแล้วเพลินไม่น่าเบื่อ มันเหมือนกับเวลาที่สองคนคุยกันแล้วเราสามารถรับรู้ถึงความจริงที่เขากำลังคิดอยู่ภายใน ทางเราก็เป็นเหมือนกันนะที่บางทีอยากมีพลังวิเศษเหมือนเมล์ กิ๊บสันใน what women want เที่ยวรู้ความคิดของคนอื่นไปทั่ว หรือบางทีก็ระแวงว่า เอ๊ะ มีใครมาแอบอ่านความคิดเราหรือเปล่า แหม ๆ กำลังคิดเรื่อง ... ซะด้วย (คิดว่าเรื่องฮามกอะดิ อิอิ) ลอยด์ไปอังกฤษกับแฟนสาวชื่อ อลิซาเบธ หรือเบ็ตซี ซูสไปอเมริกา โดยที่ทั้งสองสลับอพาร์ตเมนต์กันอยู่ เมื่อคนเราได้มาสลับ Lifestye กัน อยู่กับข้าวของ ๆ คนแปลกหน้า แต่ละคนต้องมีอดีตที่แต่ละคนเป็นพระเอกและนางเอกกัน การจินตนาการถึงเจ้าของห้องนี้ทายนิสัย ความชอบ การใช้ชีวิต แล้วพบว่าคล้ายกันมากถึงจะอยู่คนละประเทศก็ตาม ชวนให้นึกถึงว่าภายในโลกกว้างใหญ่ ยังมีผู้ชายรออยู่เสมอนะ (ฮา)


edit @ 2006/11/15 18:03:57